เรดด์พลัส: ข้อกังวลของชนเผ่าพื้นเมือง

  ลิงค์น่าสนใจ  
   

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคืออะไร?

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและน้ำฝนของโลกในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมการกระทำของมนุษย์ที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์
ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศในอัตราที่มากเกินไป 
การสั่งสมของปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศจะกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาในโลก
ไม่ให้สะท้อนออกไป ซึ่งเป็นสาเหตุของการทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบไปยังส่วนต่างๆ ทั่วโลก เช่น มีรูปแบบของสภาพอากาศ
ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ มีภัยแล้งที่ยาวนานขึ้น ฝนตกผิดฤดูกาล เกิดภาวะน้ำท่วมที่รุนแรง แผ่นดินถล่มและ
การเกิดคลื่นยักษ์ซึนามิ ฯลฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์อย่างรุนแรงและมหาศาล
ชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งมีส่วนในการทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนน้อยมากเนื่องจากมีวิถีการดำรงชีวิตที่เรียบง่ายและใช้คาร์บอนต่ำ  ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ปัญหาความมั่นคงทางด้านอาหาร ปัญหาการสูญเสียวิถีการดำรงชีวิตและภูมิปัญญาพื้นบ้าน การอพยพโยกย้ายถิ่นฐาน ฯลฯ

ใครคือผู้รับผิดชอบต่อปัญหาภาวะโลกร้อน?

ประเทศอุตสาหกรรม (ร่ำรวย) ซึ่งได้ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจำนวนมหาศาล
จากการใช้พลังงานฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหินและแก๊สธรรมชาติ ตั้งแต่ในช่วงของการปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา รวมทั้งวิถีการใช้ชีวิตที่มีการบริโภคพลังสูงมาก คือ ผู้รับผิดชอบหลักของการเกิดปัญหาโลกร้อน ประเทศที่พัฒนาแล้วจึงมีภาระและหน้าที่ที่ต้องลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนลงอย่างแข็งขัน และต้องให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนาเพื่อสนับสนุนให้พวกเขามีศักยภาพในการปรับตัวและสามารถ
สู้กับผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อนได้ โดยการสนับสนุนทางด้านการเงินและการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับ
ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักของการเจรจาในเวทีระหว่างประเทศเกี่ยวกับข้อตกลงที่มีผลผูกพัน
ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพิธีสารเกียวโต

แนวทางการแก้ไขปัญหาโลกร้อน

แนวทางการแก้ไขปัญหาโลกร้อนมีอยู่สองแนวทางหลักๆ คือ การลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation)
และการปรับตัว (Adaptation) การลดก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญๆ เช่น การลดการใช้พลังงานฟอสซิล
โดยหันไปใช้พลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานทดแทนอย่างอื่น รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เป็นต้น  ในส่วนของการปรับตัวนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการหาแนวทางในการลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง
ภูมิอากาศที่มีต่อมนุษย์และต่อสิ่งแวดล้อม แนวทางการแก้ไขปัญหาอันหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆ ทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา คือ การลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้ หรือเรียกสั้นๆ ว่า
“เรดด์” หรือ “เรดด์พลัส”  (REDD+) เป็นการลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและการทำให้ป่าเสื่อมโทรม
ในประเทศกำลังพัฒนา (Reducing Emission from Deforestation and Degradation in Developing Country)  

ทำไมป่าไม้จึงมีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน?

ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ คือ ไอน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ก๊าซมีเทน ก๊าซไนตรัสอ๊อกไซด์ โอโซน คลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (Chlorofluorocarbon)
ก๊าซที่สำคัญที่สุดในจำนวนนี้คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ซึ่งเป็นก๊าซที่มีมากในต้นไม้ ป่าไม้ สัตว์และธรรมชาติ เมื่อต้นไม้โตขึ้นจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศและนำคาร์บอนนี้เข้าไปกักเก็บไว้ในต้นไม้และระบบราก เมื่อต้นไม้ตายคาร์บอนก็จะถูกปลดปล่อยออกไปสู่ชั้นบรรยากาศต่อไป
ป่าไม้จึงเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดอันหนึ่ง จำนวนคาร์บอนทั้งหมดที่กักเก็บอยู่ในต้นไม้บนโลก (ซึ่งรวมถึงคาร์บอนจากพืชที่อยู่เหนือพื้นดิน รวมทั้งไม้ที่ตายแล้ว ขยะ และคาร์บอนในดิน)
จากรายงานของคณะทำงานระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Inter-Governmental Panel on
Climate Change - IPCC) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักวิทยาศาสตร์จากประเทศต่างๆ ได้ศึกษาและระบุว่าประมาณ 17-20 เปอร์เซ็นต์ ของการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในโลก เป็นผลมาจากการทำลายป่าและการทำให้ป่าเสื่อมโทรม ซึ่งหมายความว่าการทำลายป่าและการทำให้ป่าเสื่อมโทรมเป็นสาเหตุหลักอันหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งรองลงมาจากการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมหรือภาคพลังงาน
โจทย์ที่ตามมา คือ ถ้าสามารถลดการทำลายป่าและการทำให้ป่าเสื่อมโทรมแล้วก็จะช่วยบรรเทาปัญหา
การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และสามารถหลีกเลี่ยงการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปชั้นบรรยากาศ
ในปริมาณมากได้      นอกจากนี้การรักษาป่าไม้ไว้ยังช่วยให้มนุษย์สามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้มากขึ้น

เรดด์ คือ อะไร?

เรดด์ หมายถึง การลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและการทำให้ป่าเสื่อมโทรม
ในประเทศกำลังพัฒนา โครงการเรดด์ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนา
ในด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยได้รับค่าใช้จ่ายมาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ในรูปแบบของการจัดตั้งกองทุนรวม
หรือการให้ความช่วยเหลือแบบทวิภาคี หรืออาจเป็นการค้าขายคาร์บอนเครดิตด้วย การจ่ายเงินนั้นขึ้นอยู่กับระดับคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่แต่ละประเทศสามารถป้องกันไม่ให้มีการปลดปล่อย
กลับไปสู่ชั้นบรรยากาศ และจากปริมาณคาร์บอนที่ต้นไม้สามารถกักเก็บไว้ได้ อย่างไรก็ตามมีประเทศที่ร่ำรวยหลายประเทศที่ต้องการค้าขายคาร์บอนจากโครงการป่าไม้เหล่านี้เพื่อเป็นข้ออ้าง
ในการที่จะใช้พลังงานฟอสซิลต่อไป แทนที่จะลดการปลดปล่อยการใช้ก๊าซเรือนกระจกในประเทศของตน

เรดด์พลัสคืออะไร?

คำว่าพลัส หรือเครื่องหมายบวกที่เพิ่มต่อท้ายคำว่าเรดด์นั้น เป็นการเพิ่มเอาประเด็นอื่นๆ เข้าไปด้วยนั่นคือ เรดด์นอกจากจะป็นการลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและการทำให้ป่าเสื่อมโทรมแล้ว เรดด์ยังหมาย
รวมถึงกิจกรรมเหล่านี้ด้วย คือ กิจกรรมในการอนุรักษ์ป่าไม้, การจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืนและการเพิ่มพื้นที่กักเก็บ
คาร์บอนในป่าไม้ในประเทศกำลังพัฒนา
เพราะการป้องกันป่าไม่ให้ถูกทำลายหรือทำให้เสื่อมโทรม ไม่ใช่แค่ช่วยป้องกันการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น
มันยังช่วยขจัดคาร์บอนที่มีอยู่ในชั้นบรรยากาศด้วย ซึ่งเรียกว่า “การดูดซับคาร์บอน” 
ผลก็คือทำให้ปริมาณคาร์บอนที่สะสมอยู่ในป่าไม้มีเพิ่มมากขึ้น การรวมเอากิจกรรมดังกล่าวเข้าไปจึงเรียกว่า “เรดด์พลัส”

ชนเผ่าพื้นเมืองจะได้รับผลกระทบจากนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้อย่างไร?

          ชนเผ่าพื้นเมืองหลายล้านคนต้องพึ่งพาอาศัยป่าสำหรับการอยู่รอด รวมทั้งการธำรงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม
และจิตวิญญาณ โครงการเรดด์พลัส ซึ่งเป็นมาตรการอันหนึ่งที่จะใช้ในการลดก๊าซเรือนกระจกของกรอบอนุสัญญา
ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้น ชนเผ่าพื้นเมืองมีความกังวลว่าโครงการดังกล่าวเมื่อเข้ามาแล้วจะเข้ามา
สร้างกฎเกณฑ์การใช้ประโยชน์จากป่าใหม่ เช่น การเพิ่มกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการทำไร่ การล่าสัตว์ การเก็บหาอาหาร
หรือยารักษาโรค การตัดฟืน การเลี้ยงสัตว์ หรือการใช้ทรัพยากรอื่นๆในป่า นอกจากนี้ชนเผ่าพื้นเมืองยังมองว่ามาตรการ
ดังกล่าวจะทำให้รูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีของ
ชนเผ่าพื้นเมืองอ่อนแอลง ดังนั้นถ้าหากสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในด้านที่ดิน เขตแดนและทรัพยากรไม่ได้รับการยอมรับอย่างชัดเจนแล้ว โครงการเรดด์ที่เข้ามาอาจส่งผลกระทบที่รุนแรง
ต่อชาวบ้านได้ เช่น ถูกอพยพ โยกย้ายถิ่นฐาน ไม่มีที่ดินทำกิน ยากจนและหิวโหย
ในทางกลับกัน ถ้ามีการจัดทำโครงการในลักษณะที่เป็นหุ้นส่วนอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการอนุรักษ์ป่าไม
้และการยอมรับสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองแล้ว จะเป็นโอกาสอันหนึ่งที่ช่วยให้ชนเผ่าพื้นเมืองสามารถดำเนินการและ
บริหารจัดการทรัพยากรของเขาได้อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

ชุมชนสามารถทำอะไรได้บ้าง?

มีประเด็นที่สำคัญๆ สองสามอย่างที่ชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองสามารถทำได้คือ
- เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเรดด์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น รวมทั้งการติดตามและเฝ้าระวังถึง
โครงการเรดด์และโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการลดปัญหาภาวะโลกร้อนและ
โครงการการปรับตัวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เข้ามาดำเนินการ หรือกำลังจะเข้ามาดำเนินการ
ในพื้นที่ของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง
- เรียนรู้เกี่ยวกับสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองตามที่ระบุและรวบรวมไว้ในปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง
และกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่งประเทศที่เกี่ยวข้อง และรณรงค์ให้มีการเคารพและยอมรับสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองถ้าหากว่า
มีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับโครงการเรดด์และ
โครงการที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ระดับชาติและระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการยืนยันหลักการดำเนินงานของ
“การให้การยินยอมที่ได้รับการบอกแจ้งล่วงหน้าและเป็นอิสระ” (Free, Prior and Informed Consent –FPIC) ของชนเผ่าพื้นเมืองในโครงการเรดด์และกิจกรรมที่เกี่ยวกับการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน

- เชื่อมกับองค์กรชนเผ่าพื้นเมือง หน่วยงานบริการ/รณรงค์ขององค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันต่างๆ เพื่อขอรับการสนับสนุนและช่วยเหลือการทำกิจกรรมในด้านการรณรงค์และการล๊อปบี้เพื่อให้เกิดการยอมรับ
สิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง
  โครงการ FCPF  
      โครงการ UN-REDD  
         
      ดาวโหลดเอกสาร R-PP  
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
           
188/525 Kurusapha Village, Soi 21, M.10, T. Sannameng, A. Sansai, Chiang Mai 50210 Thailand
Tel./Fax; +66 (0)52 063110